pool & garden

อุปกรณ์สระว่ายน้ำ (Swimming Pool Equipment)

อุปกรณ์สระว่ายน้ำพื้นฐาน มีดังนี้

ปั๊ม (Pump)

เพื่อดูดน้ำจากสระ นำมาเข้าเครื่องกรอง Filter Tank ซึ่งขนาดของปั๊มที่ใช้จะขึ้นอยู่กับปริมาตรน้ำและการออกแบสระว่ายน้ำแต่ละลูก

เครื่องกรอง (Filter)

มีหน้าที่กรองสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง จากน้ำในสระ มีหลายชนิด เช่น

Cartridge Filter (เครื่องกรองกระดาษ) มีลักษณะเป็นถุงกระดาษผ้า หรือ โพลีเอสเตอร์ ส่วนใหญ่จะใช้กับบ่อสปา หรือสระน้ำขนาดเล็กๆ การทำความสะอาดจะต้องถอดล้างเป็นประจำ ถ้าเครื่องกรองมีลักษณะเป็นผ้า จะต้องใช้ผงกรองเคลือบแผ่นผ้าในการทำความสะอาด หรือ Back Wash ทุกครั้ง

Sand Filter (เครื่องกรองทราย) ซึ่งจะมี Option พิเศษ เช่น High-Rate หรือ มี Multi Port Valve เพื่อความสะดวกในการล้างและทำความสะอาดเครื่องกรองเอง

ระบบการบำบัดน้ำ

ปัจจุบันระบบบำบัดน้ำในสระว่ายน้ำที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประกอบด้วย 3 ระบบ คือ

ระบบเกลือ (Salt Water) เป็นระบบที่ดีที่สุด โดยการใช้น้ำเกลือธรรมชาติ (NaCI=Sodium Chloride) มาผ่านกระบวนการ Electrolytic Process ของเครื่อง Salt Chlorinator ทำให้เกิด Sodium Hypochlorite และ Sodium Chloride (NaCI) ซึ่งเป็นเกลือธรรมชาติดั้งเดิมและน้ำเกลือเมื่อใช้ฆ่าเชื้อโรคแล้ว จะไม่สูญหายไปไหน จะเติมก็ต่อเมื่อมีการทำ Back Wash หรือ ล้างเครื่องกรอง หรือฝนตกจนน้ำล้นออกจากสระว่ายน้ำ ดังนั้นการเติมเกลือจะเติมประมาณ ปีละ 2-3 ครั้ง และน้ำเกลือจะมีความเข้มข้นเพียง 0.3% เท่านั้นเอง (ประมาณครึ่งหนึ่งของน้ำตาคนเรา) แต่ทั้งนี้ การเติมเกลือ อาจเพิ่มขึ้น ในกรณีที่เกิดฝนตก ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีประชากรที่มีสระว่ายน้ำมากที่สุดในโลก และเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์สระว่ายน้ำ โดยจำนวน 90% ใช้ระบบน้ำเกลือ

ระบบคลอรีน เป็นตัวฆ่าเชื้อโรคในน้ำ โดยอาจนำคลอรีนมาฆ่าเชื้อโรคในรูปแบบของเหลว หรือเป็นเม็ด หรือ อัดมาเป็นก้อน หรือ เป็นผง แล้วแต่บริษัทจะผลิต คลอรีนจะเป็นตัวฆ่าเชื้อโรค โดยจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อน้ำในสระมีค่า Ph อยู่ระหว่าง 7.2-7.8 ซึ่งถ้าหากน้ำในสระมีความเป็นด่าง ก็ต้องเติมกรดลงไป แล้วแต่บริษัทจะใส่กรดอะไร ค่าความเป็นด่างจะเพิ่มขึ้นก็ต่อเมื่อขี้เหงื่อและขี้ไคลของผู้ที่ลงไปเล่น ในสระว่ายน้ำ ดังนั้นก่อนลงสระว่ายน้ำ จึงต้องล้างตัวก่อนลงสระ หรืออาจะเกิดเศษใบไม้ใบหญ้า หรือฝุ่นละอองที่ลงไปในสระว่ายน้ำ แต่ถ้าน้ำในสระมีค่า Ph ต่ำลง หรือมีความเป็นกรดสูงขึ้น ก็ต้องเติมสารที่เป็นด่าง เพื่อปรับค่า Ph อาจเป็น Buffer หรือ Soda Ash ก็ได้

ดังนั้นจึงต้องมีการวัดค่า Ph ของน้ำในสระทุกๆวัน แต่ปัจจุบันนี้มีเครื่องวัดค่า Ph ที่ทำงานอัตโนมัติ สามารถจ่ายสารเคมีที่เป็นกรดหรือด่างลงในสระว่ายน้ำ เพื่อปรับค่า Ph หกไม่ทำการปรับค่า Ph ก่อน ไม่ว่าจะใส่คลอรีนมากขนาดไหน คลอรีนก็จะไม่ทำงาน มีแต่จะเหม็นกลิ่นคลอรีนเพิ่มมากขึ้น

ข้อควรระวัง คลอรีนเป็นสารที่อันตรายต่อร่างกาย ที่ต้องระวังในการดูแล เพราะเป็นสารเคมีซึ่งอาจจะทำอันตรายต่อร่างกายและผิวหน้าได้ เมื่อได้กลิ่นจะรู้สึกแสบจมูก ถ้าเข้าตาต้องรีบล้างออกหรือพบแพทย์ แต่ถ้าว่ายน้ำนานๆ จะทำให้เส้นผมแห้งกรอบ และผิวแห้งกร้านได้ คลอรีนต้องเติมทุกวัน เพราะคลอรีนจะใช้ในการย่อยเศษผงใบไม้ หรือขี้ไคล หรือ สิ่งสกปรก ออกจากร่างกาย และจะถูกทำลายโดยรังสีUV (Ultra Violet) ในแสงแดด และความร้อน ดังนั้น จึงนิยมใส่คลอรีนตอนกลางคืน หลังจากไม่มีคนเล่นน้ำแล้ว เพื่อป้องกันการสิ้นเปลืองของคลอรีน

ระบบ Ozone Treatment โดยการผลิตก๊าซโอโซน (Ozone Gas) จากเครื่องอัดอากาศ (O2) ในอากาศให้กลายเป็นก๊าซโอโซน และสัมผัน กับน้ำโดยตรง เพื่อใช้ในการฆ่าเชื้อโรค ซึ่งเป็นตัวฆ่าเชื้อโรคที่มีศักยภาพสูง ใช้ในการดูแลน้ำของระบบสปา หรือ สระว่ายน้ำ แต่น้ำจะถูกฆ่าเชื้อโรคก็ต่อเมื่อนำน้ำเข้าสู่ระบบ ผ่านเครื่องฉีดโอโซน ซึ่งในขณะที่น้ำอยู่ในสระประมาณ 3-6 ชั่วโมงนั้น ไม่มีอะไรไปฆ่าเชื้อโรค จนกว่าน้ำจะกลับมาผ่านโอโซนอีกครั้ง ดังนั้น เมื่อมีคนนำเชื้อโรคลงในสระว่ายน้ำ ไม่ว่าเชื้อโรคอะไร เชื้อนั้นจะปะปนอยู่ในสระปนกับน้ำ ทำให้เกิดโรคติดตอกับผู้เล่นน้ำในสระเดียวกันได้ ซึ่งเชื้อโรคนั้น จะต้องผ่านเครื่องฉีดโอโซนอีกครั้ง เชื้อโรคจึงจะถูกทำลาย ซึ่งบางประเทศจึงมีกฏหมายสำหรับสระว่ายน้ำสาธารณะ ห้ามใช้ระบบโอโซนอย่างเดียว ต้องใช้ควบคู่กับระบบอื่น เช่น ใช้คลอรีนหรือน้ำเกลือ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคในสระว่ายน้ำ

หมายเหตุ: โอโซนเป็นก๊าซอันตราย (Toxic Gas) สามารถทำอันตรายต่อมนุษย์ เด็ก สตรี และคนชรา ได้ ถ้าสูดดมเข้มข้นมากเกิดไป อาจทำลายระบบทางเดินหายได้ (Nasal Passage)

(จาก Pool and Spa Owner Guide โดย Alan Steward and Standards Australia Book)

อุปกรณ์สระว่ายน้ำ (Swimming Pool Equipment)

อุปกรณ์สระว่ายน้ำ (Swimming Pool Equipment)

อุปกรณ์สระว่ายน้ำพื้นฐาน มีดังนี้..